วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

คำศัพท์เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ (สัปดาห์ที่ 5)

1. Unicast : การสื่อสารแบบ 1 : หมายถึง เป็นการสื่อสารระหว่างผู้ส่งรายเดียวกับผู้รับรายเดียวบนเครือข่าย คำนี้แตกต่างจาก multicast ซึ่งเป็นการสื่อสารระหว่างผู้ส่งรายเดียว กับผู้รับหลายราย และ anycast ซึ่งเป็นการสื่อสารระหว่างผู้ส่งหลายราย กับกลุ่มของผู้รับที่ใกล้ที่สุดในเครือข่าย (one computer talks directly to another computer)

2. Broadcast : การสื่อสารแบบ 1 : M หมายถึง เป็นการส่งแบบ One-to-Many คือ ผู้ส่งทำการส่ง 1 packet ออกไปยัง Broadcast Address พอ packet มาถึงสวิตช์ สวิตช์จะทำการสำเนาข้อมูลแล้วส่งออกทุกพอร์ตที่เหลือไปให้ทุกคนในเครือข่าย (one computer talks to all computers)

3. Multicast : การสื่อสารแบบ 1 : M หมายถึง การส่งแบบ One-to-Many เช่นกัน แต่ Many ของ Multicast จะต่างจาก Broadcast เพราะจะไม่ส่งไปทุกพอร์ตหาทุกคน แต่จะส่งไปหาเฉพาะคนที่เป็นสมาชิกใน Multicast Group เท่านั้น (one computer talks to a selected group of others)

4. Physical Layer หมายถึง เป็นชั้นล่างที่สุดของการติดต่อสื่อสาร แต่เป็นชั้นแรกของสื่อที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร ทำหน้าที่ส่ง-รับข้อมูลจริง ๆ จากช่องทางการสื่อสาร (สื่อกลาง) ระหว่างคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งกับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ๆ มาตรฐานสำหรับเลเยอร์ชั้นนี้จะกำหนดว่าแต่ละคอนเนคเตอร์ (Connector) เช่น RS-232-C มีกี่พิน(pin) แต่ละพินทำหน้า ที่อะไรบ้าง ใช้สัญญาณไฟกี่โวลต์ เทคนิคการมัลติเพล็กซ์แบบต่างๆ ก็จะถูกกำหนดอยู่ในเลเยอร์ชั้นนี้ ซึ่งอาจจะเป็นทั้งแบบที่ใช้สายหรือไม่ใช้สาย ตัวอย่างของสื่อที่ใช้ได้แก่ Shield Twisted Pair (STP), Unshield Twisted Pair (UTP), Fibre Optic และอื่นๆ

5. Data Link Layer หมายถึง เป็นเสมือนผู้ตรวจสอบ หรือควบคุมความผิดพลาดในข้อมูลโดยจะแบ่งข้อมูลที่จะส่งออกเป็นแพ็กเกจหรือเฟรม ถ้าผู้รับได้รับข้อมูลถูกต้องก็จะส่งสัญญาณยืนยันกลับมาว่า ได้รับ ข้อมูลแล้ว เรียกว่า สัญญาณ ACK (Acknowledge) ให้กับผู้ส่ง แต่ถ้าผู้ส่งไม่ได้รับสัญญาณ ACK หรือได้รับ สัญญาณ NAK (Negative Acknowledge) กลับมา ผู้ส่งก็อาจจะทำการส่งข้อมุลไปให้ใหม่ อีกหน้าที่หนึ่ง ของเลเยอร์ชั้นนี้คือป้องกันไม่ให้เครื่องส่งทำการส่งข้อมูลเร็วจนเกินขีดความสามารถของเครืองผู้รับจะรับข้อมูลได้

6. Network Layer  หมายถึง เป็นชั้นที่ออกแบบหรือกำหนดเส้นทางการเดินทางของข้อมูลที่จะส่ง-รับในการส่งผ่านข้อมูลระหว่างต้นทางและปลายทาง ซึ่งแน่นอนว่าในการสื่อสารข้อมูลผ่านเครือข่ายการสื่อสารจะ ต้องมีเส้นทางการส่ง-รับข้อมูลมากกว่า 1 เส้นทาง ดังนั้นเลเยอร์ชั้น Network นี้จะทำหน้าที่เลือกเส้นทางที่ ใช้เวลาในการสื่อสารน้อยที่สุด และระยะทางสั้นที่สุดด้วย ข่าวสารที่รับมาจากเลเยอร์ชั้นที่ 4 จะถูกแบ่งออกเป็น แพ็กเกจ ๆ ในชั้นนี้

7. Transportation Layer  หมายถึง ทำหน้าที่ดูแลจัดการเรื่องของความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการสื่อสาร ซึ่งการตรวจสอบความผิดพลาดนั้นจะพิจารณาจากข้อมูลส่วนที่เรียกว่า checksum และอาจมีการแก้ไขข้อผิดพลาดนั้นๆ โดยพิจารณาจาก ฝั่งต้นทางกับฝั่งปลายทาง (End-to-end) โดยหลักๆแล้วชั้นนี้จะอาศัยการพิจารณาจาก พอร์ต (Port) ของเครื่องต้นทางและปลายทาง

8. Session Layer หมายถึง ทำหน้าที่ในการจัดการกับเซสชั่นของโปรแกรม ชั้นนี้เองที่ทำให้ในหนึ่งโปรแกรมยกตัวอย่างเช่น โปรแกรมค้นดูเว็บ (Web browser) สามารถทำงานติดต่ออินเทอร์เน็ตได้พร้อมๆกันหลายหน้าต่าง

9. Presentation Layer หมายถึง ทำหน้าที่เหมือนบรรณารักษ์ กล่าวคือคอยรวบรวมข้อความ (Text) และแปลงรหัส หรือแปลงรูปแบบของข้อมูลให้เป็นรูปแบบการสื่อสารเดียวกัน เพื่อช่วยลดปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะเกิด ขึ้นกันผุ้ใช้งานในระบบ

10. Application Layer  หมายถึง เป็นชั้นที่อยู่ใกล้ผู้ใช้มากที่สุดโดยเป็นชั้นแอปพลิเคชันของ OSI มีปฏิสัมพันธ์กันโดยตรงกับผู้ใช้ด้วยซอร์ฟแวร์แอปพลิเคชัน ฟังก์ชันของชั้นนี้จะรวมถึงการระบุคู่ค้าการสื่อสาร โดยพิจารณาตัวตนและความพร้อมของคู่ค้าสำหรับการประยุกต์ใช้กับข้อมูลที่จะส่ง เมื่อพิจาณาถึงความพร้อมของทรัพยากร, แอปพลิเคชันเลเยอร์จะต้องตัดสินใจว่ามีเครื่อข่ายเพียงพอหรือมีเครือข่ายที่ได้ร้องขอไปอยู่แล้วหรือไม่ ในการสื่อสารให้ตรงกันทุกการสื่อสารระหว่างแอปพลิเคชันทั้งหมดต้องการความร่วมมือที่จะถูกบริหารจัดการโดยแอปพลิเคชันเลเยอร์นี้


วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

คำศัพท์เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ (สัปดาห์ที่ 4)

1.สัญญาณบลูทูธ (Bluetooth) หมายถึง ลักษณะของบลูทูธเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ เกิดขึ้นประมาณปี ค.ศ. 1998 ใช้ความถี่ในการส่งสัญญาณข้อมูล 2.5 GHz. สื่อสารได้ในระยะทางไม่เกิน 10 เมตร สื่อสารระหว่างอุปกรณ์หลาย ๆ อุปกรณ์ได้

2.อินฟราเรด (Infrared) หมายถึง ลักษณะของแสงอินฟราเรดเป็นคลื่นความถี่สั้น ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับคลื่นไมโครเวฟตรงที่การส่งสัญญาณเป็นแนวเส้นตรงในระดับสายตาเหมือนกัน คลื่นอินฟราเรดนิยมนามาใช้งานสาหรับการสื่อสารระยะใกล้ โดยมีอุปกรณ์หลายชิ้นในปัจจุบัน เช่น รีโมตคอนโทรล คอมพิวเตอร์ เป็นต้น

3.ระบบเครือข่ายไร้สาย (Wireless LAN : WLAN) หมายถึง เทคโนโลยีที่ช่วยให้การติดต่อสื่อสารระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง หรือกลุ่มของเครื่องคอมพิวเตอร์สามารถสื่อสารกันได้ ร่วมถึงการติดต่อสื่อสารระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์เครือข่ายคอมพิวเตอร์ด้วยเช่นกัน โดยปราศจากการใช้สายสัญญาณในการเชื่อมต่อ แต่จะใช้คลื่นวิทยุเป็นช่องทางการสื่อสารแทน

4.เครือข่ายท้ องถิ่น (Local Area Network: LAN) หมายถึง  เป็นรากฐานของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วไปเครือข่ายแบบ LANอาจเป็นไดตั้งแต่เครือข่ายแบบง่ายๆ เช่น มีคอมพิวเตอร์สองเครื่องเชื่อมต่อกันด้วยสายสัญญาณไปจนถึงเครือข่ายที่ซับซ้อน เช่น มี คอมพิวเตอร์ เป็นร้อยๆ เครื่องและมีอุปกร์เครือข่ายอีกมาก  

5.Metropolitan Area Network: MAN  หมายถึง เครือข่ายในเขตเมือง เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่กว่าเครือข่ายแลน เป็นเครือข่ายในเขตเมืองครอบคลุมพื้นที่ในอำเภอหรือจังหวัดเดียวกัน โดยอาจเป็นการเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ขององค์กรเข้าด้วยกัน 

6.Wide Area Network: WAN  หมายถึง  เครือข่ายบริเวณกว้างหรือ WAN เป็นเครือข่ายที่ครอบคลุมพื้นที่บริเวณกว้าง หรืออาจจะครอบคลุมทั่วโลกก็ได้ ตัวอย่างเช่น เครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เรารู้จักกันดี WAN จะใช้สำหรับการเชื่อมต่อระหว่าง LAN ที่อยู่ห่างไกลกัน 

7.Token Ring หมายถึง เป็นการต่อ LAN ในแบบ ring และใช้การควบคุมแบบ token-passing ซึ่งพัฒนาโดยบริษัทไอบีเอ็ม โดยในรุ่นแรกๆ จะมีความเร็วเพียง 4 Mbps แต่ต่อมาได้ปรับปรุงเป น 16 Mbps สายที่ใช้จะเป็นแบบพิเศษมี 2 คู่ต่อเข้ากับอุปกรณ์รวมสายที่เรียกว่า MAU (Multiple Access Unit) ซึ่ง 1 ตัวต่อได้ 8 เครื่อง และพ่วงระหว่าง MAU แต่ละตัวเข้าด้วยกันได้อีก

8.ATM หมายถึง เป็นมาตรฐานการรับส่งข้อมูลที่กำหนดโดย ITU-T (Internation Telecommunication Union-Telecommunication Standard Sector) ซึ่งจะรวมบริการต่างๆ เช่น ข้อมูลเสียง วิดีโอเข้าด้วยกันแล้วส่งเป็นเซลล์(Cell) ข้อมูลที่มีขนาดเล็กและคงที่ เป็นเครือข่ายที่รองรับแบนด์วิธตั้งแต่ Mbps จนถึง Gbps ปัจจุบันยังมีการใช้  ATM ไมมากเท่ากับอีเธอร์เน็ต 

9.Peer to Peer Network  หมายถึง เครือข่ายแบบเพียร์ทูเพียร์เป็นการเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันโดยเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องจะสามารถแบ่งทรัพยากรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์หรือเครื่องพิมพ์ซึ่งกันและกันภายในเครือข่ายได้

10.Client/Server Network  คือ  เครือข่ายแบบไคลเอนท์เซิร์ฟเวอร์เป็นระบบที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องมีฐานะการทำงานที่เหมือนๆ กัน เท่าเทียมกันภายในระบบเครือข่าย แต่จะมีเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง ที่ทำหน้าที่เป็นเครื่อง Server ที่ทำหน้าที่ให้บริการทรัพยากรต่างๆ ให้กับ เครื่อง Client หรือเครื่องที่ขอใช้บริการ


วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2558

คำศัพท์เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ (สัปดาห์ที่ 3)

1.DCE (Data Communication Equipment) คือ เป็นอุปกรณ์ในการรับ/ส่งข้อมูล เช่น โมเด็ม จานไมโครเวฟ หรือจานดาวเทียม Fibrotic Infrared Wireless เป็นต้น

2.โปรโตคอล คือ วิธีการ หรือ กฎระเบียบที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลเพื่อให้ผู้รับและผู้ส่งข้อมูลเข้าใจกันสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ ตัวอย่างคือ x.25, SDLC, TCP/IP

3.โปรโตคอล คือ วิธีการ หรือ กฎระเบียบที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลเพื่อให้ผู้รับและผู้ส่งข้อมูลเข้าใจกันสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ ตัวอย่างคือ x.25, SDLC, TCP/IP

4.ซอฟต์แวร์ คือ ส่วนที่ทาหน้าที่ในการดาเนินงานในการสื่อสารข้อมูลเป็นไปตามที่โปรแกรมกาหนด ตัวอย่างคือ Windows, Novell’s Netware

5.การส่งสัญญาณบนสื่อกลางแบบเบสแบนด์ (Baseband) คือ เป็นการใช้ช่องทางการสื่อสารเพียงช่องทางเดียวสาหรับการส่งสัญญาณดิจิทัลในแต่ละครั้งในช่วงเวลาหนึ่ง โดยเครือข่ายคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่มักใช้การส่งสัญญาณชนิดนี้ เนื่องจากเป็นวิธีการที่ไม่ซับซ้อนและสามารถจัดการควบคุมง่าย

6.การส่งสัญญาณบนสื่อกลางแบบบรอดแบนด์ (Broadband) คือ เป็นการใช้ช่องทองการสื่อสารหลายช่องทางเพื่อส่งสัญญาณอนาล็อก โดยแต่ละครั้งข้อมูลสามารถจัดส่งหรือลาเลียงบนช่วงความถี่ที่แตกต่างกัน ดังนั้นการส่งสัญญาณชนิดนี้จะมีระบบการจัดการที่ยุ่งยากกว่าการส่งสัญญาณแบบเบสแบนด์มาก

7.คลื่นวิทยุ (Cellular Radio) คือ ลักษณะของระบบสื่อสารวิทยุ เป็นสื่อกลางการสื่อสารแบบไร้สายที่สามารถแพร่ได้บนระยะทางไกล เช่น ระหว่างเมืองหรือระหว่างประเทศ และยังไม่รวมถึงการแพร่บนระยะทางสั้นๆ อย่างไรก็ตาม คลื่นวิทยุนั้นมีความเร็วค่อนข้างต่า อีกทั้งไวต่อสัญญาณรบกวน แต่ข้อดีคือมีความยืดหยุ่นสูง สะดวกต่อการใช้งาน และผู้ใช้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

8.คลื่นไมโครเวฟ (Microwave)  คือ การส่งสัญญาณข้อมูลไปกลับคลื่นไมโครเวฟเป็นการส่งสัญญาณข้อมูลแบบรับช่วงต่อๆ กันจากหอ (สถานี) ส่ง-รับสัญญาณหนึ่งไปยังอีกหอหนึ่งแต่ละหอจะครอบคลุมพื้นที่ รับสัญญาณประมาณ 30 - 50 กม.

9.สัญญาณดาวเทียม (Satellite) คือ ลักษณะของการรับส่งสัญญาณข้อมูลอาจจะเป็นแบบจุดต่อจุด (Point-to-Point) หรือแบบแพร่สัญญาณ (Broadcast) สถานีดาวเทียม 1 ดวง สามารถมีเครื่องทบทวนสัญญาณดาวเทียมได้ถึง 25 เครื่อง และสามารถครอบคลุมพื้นที่การส่งสัญญาณได้ถึง 1 ใน 3ของพื้นผิวโลก

10.Transponder คือ เป็นเครื่องทบทวนสัญญาณของดาวเทียม


วันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2558

คำศัพท์เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ (สัปดาห์ที่ 2)

1. Share Disks pace คือ เป็นการใช้งานร่วมกันของเนื้อหาที่ใช้ในการเก็บข้อมูล

2. Share Communication Devices คือ เป็นอุปกรณ์สื่อสารของระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ร่วมกัน เช่น Modem

3. Hub คือ เป็นอุปกรณ์เครือข่ายที่เป็นศูนย์กลางของการสื่อสารข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ในระบบ LAN ที่ต่อแบบ Star ซึ่งฮับในปัจจุบันมีหลายขนาด เช่น 5 พอร์ท, 8 พอร์ท, 16 พอร์ท, 24 พอร์ท, 32 พอร์ท, 48 พอร์ท มีความเร็วเริ่มต้นที่ 10 Mbps ซึ่งฮับจะทำงานอยู่ในชั้น Physical Layer

4. Bridge คือ เป็นอุปกรณ์เครือข่ายที่ทำหน้าที่อยู่บนสองลำดับล่างบนแบบจำลอง OSI คือ ชั้น Physical  และ Data link ซึ่งทำหน้าที่เหมือนสะพานเชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายที่ใช้โปรโตคอลเดียวกัน เช่น ระหว่างเทอร์เน็ตแลนด้วยกัน  หรือต่างโปรโตคอลก็ได้ เช่นระหว่างอีเทอร์เน็ตกับโทเค็นริง

5. Switch Layer 3 คือ เป็นอุปกรณ์ที่ทำงานอยู่ชั้นเดียวกับ Router  คือชั้น Network Layer สามารถทำงานเป็นเราเตอร์ในตัวได้ นิยมใช้สำหรับเชื่อมโยงเครือข่าย  LAN ภายในองค์กรกับอินเตอร์เน็ต หรือใช้เชื่อมต่อหน่วยงานกลาง(สำนักงานใหญ่) กับหน่วยงานทีเป็นสาขาย่อย

6. IDS (Intrusion Detection System) คือ เป็นระบบตรวจจับการบุกรุกเปรียบเสมือนสัญญาณเตือนภัยหรือสัญญาณกันขโมย  คอยตรวจตราบุคคลที่เข้าในระบบเครือข่าย  โดยระบบจะเตือนผู้ดูแลระบบให้ได้รับรู้เมื่อมีผู้บุกรุกเข้ามาในระบบ

7. UTP : Unshielded Twisted Pair คือ เป็นสายสัญญาณที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน  เป็นสายขนาดเล็กไม่มีชิลด์ห่อหุ้ม  มีเส้นตีเกลียวเป็นคู่ ๆ เพื่อลดสัญญาณรบกวน  ในการเชื่อมต่อใช้หัวต่อแบบ RJ45 สามารถต่อสายได้ยาวสูงสุด 100 เมตร

8. Adhoc Mode คือ เป็นการเชื่อมต่อระหว่างการ์ด Wireless LAN ด้วยกัน โดยไม่มีอุปกรณ์ที่เรียกว่า Access Point  หรืออาจจะเรียกว่าเชื่อมแบบ Peer –to Peer ก็ได้

9. Infrastructure Mode คือ เป็นการเชื่อมต่อเครือข่าย Wireless LAN ร่วมกันผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า Access point

10. Web Server  หมายถึง เครื่องแม่ข่ายที่ทำหน้าที่ให้บริการเว็บ หรือทำหน้าที่เก็บเว็บไซท์


วันเสาร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2558

คำศัพท์เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ (สัปดาห์ที่ 1)

1. Connectionless คือ ข้อมูลจะถูกแบ่งเป็นชิ้นๆ ตามที่อยู่ปลายทาง แล้วผ่านตัวกลางไปยังปลายทาง อาจจะใช้เส้นทางคนละเส้นทางกันก็ได้
2. Net BIOS Name คือ การที่โหนดแต่ละโหนดจะสื่อสารกันได้จะต้องมีชื่อที่ไม่ซ้ำกันในเครือข่าย
3. Host คือ รูปแบบการให้บริการที่อนุญาตให้ผู้ใช้บริการ สามารถนำเว็บเพจของตนเอง เพื่อออนไลน์บนอินเตอร์เน็ตได้
4. Serial access คือ การเข้าถึงโดยลำดับ เป็นลักษณะหน่วยความจำที่เข้าถึงโดยมีความสัมพันธ์ระหว่างเวลาที่แน่นอนและตำแหน่งข้อมูลในหน่วยความจำ
5. cable คือ สายเคเบิล เป็นสายสื่อที่ใช้ต่อเชื่อมโยงระหว่างอุปกรณ์ชนิดต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ มีวัสดุห่อหุ้มสายเพื่อป้องกันความเสียหายและการรั่วไหล อุปกรณ์ต่างๆ ที่ต่อเชื่อมด้วยสายเคเบิล เช่น แป้นพิมพ์ (keyboard) เมาส์ (mouse) เครื่องพิมพ์ (printer) เป็นต้น
6. carrier คือ พาหะ ใช้ในการสื่อสาร เป็นสิ่งที่ใช้นำหรือพาเอาสารสนเทศไปยังผู้บริโภค; หรือหมายถึงบริษัท หรือองค์การธุรกิจ ที่ทำหน้าที่จัดหาโทรศัพท์และเคื่องมือสื่อสารอื่นๆ เพื่อให้บริการแก่ผู้บริโภค
7. cathode คือ ขั้วไฟฟ้าซึ่งมีประจุไฟฟ้าลบ อิเล็กตรอนจะไหลจากขั่วลบไปยังขั้วบวก (anode) ตามปกตินำมาใช้หมายถึง ขั้วที่ปล่อยกระแสอิเล็กตรอนของกระแสไฟฟ้า
8. circuit switching คือ วิธีการเปิดสายการสื่อสารอย่างหนึ่ง โดยการต่อพ่วงวงจรอื่นๆ เข้ากับวงจรหลัก เช่น การต่อสายโทรศัพท์ เป็นต้น
9. BBS คือ เป็นคำย่อของคำว่า bulletin board system (ระบบป้ายประกาศ) BBS เป็นระบบคอมพิวเตอร์อย่างหนึ่ง ซึ่งประกอบไปด้วยโมเด็ม อย่างน้อย 1 ตัว ซึ่งทำหน้าที่ให้บริการด้านสารสนเทศ (information) และข่าวสาร (message) ซึ่งผู้ใช้จะต้องหมุนหมายเลขโทรศัพท์เพื่อเข้าถึงข้อมูลใน BBS

10. bandwidth คือ ในการสื่อสาร ความกว้างของช่วงคลื่น วัดจากช่วงของความถี่สูงที่สุดมาหาความถี่ต่ำที่สุดในช่วงความถี่ของคลื่น ขนาดใดขนาดหนึ่ง เช่น ช่วงความกว้างของคลื่นของระบบโทรศัพท์ที่ความถี่ 3000 Hz จะอยู่ระหว่างความถี่ต่ำสุด 300 Hz กับความถี่สูงสุด